• Wed. Oct 27th, 2021

ข่าวล่าสุด ข่าวด่วน ข่าววันนี้ | ที่ไม่ควรพลาด

ข่าวด่วน ข่าวล่าสุด ข่าววันนี้ ทันทุกเหตุการณ์ ทุกเรื่องเด่น ทุกประเด็นร้อน อัพเดทข่าวสด รู้ข่าวสารก่อนใคร ไม่พลาดทุกเรื่องราวที่เป็นประเด็นดัง

โดนนำสไตล์! ฝรั่งเศสแซงดับสเปน 2-1 ผงาดแชมป์เนชั่นส์ลีก

Byinfo

Oct 11, 2021

เป็นอีกเกมที่ฝรั่งเศสกลับจากที่ตามหลังแล้วกลับมาแซงชนะ ผงาดคว้าชัยชนะยูฟ่า เนชั่นส์ ลีก ได้เสร็จ

LIVE UPDATE ยูฟ่า เนชั่นส์ ลีก : ประเทศสเปน – ฝรั่งเศส

ยูฟ่า เนชั่นส์ ลีก 2020-2021 รอบชิงแชมป์ ที่สนามซาน ซีโร ในเมืองมิลาน ประเทศอิตาลี เป็นการเจอกันระหว่าง ประเทศสเปน ดวลกับ ฝรั่งเศส

หลุยส์ เอ็นริเก้ กนซือของประเทศสเปน เลือกจัดทัพมาในระบบ 4-3-3 ด้วยการใช้สามผสานแนวรุกเป็น เฟร์ราน โคนร์เรส, ปาโบล ซาราเบีย และ มิเกล โอยาร์ซาบัล

ด้านฝรั่งเศสของ ดิดิเยร์ เดส์ชองส์ วางหมากมาในแผน 3-4-1-2 โดยใช้ อองตวน กรีซมันน์ ทำเกมรุกร่วมกับคู่แนวรุกอย่าง ติดอยู่ขอบ เบนเซมา และ คีลิจนถึง เอ็มบัปเป้
เกมในตอน 45 นาทีแรก ทั้งคู่ทีมยังเกือบจะไม่มีโอกาสลุ้นยิงประตูแบบกระจ่างให้มองเห็นกันเลย โดยที่ดินฝั่งของฝรั่งเศสนั้นยังจะต้องเสียกองหลังตัวเก่งอย่าง ราฟาแอล วาราน ซึ่งบาดเจ็บกล้ามเนื้อขา จนกระทั่งจะต้องเปลี่ยนเอา ดาโยต์ อูปาเมกาโน ลงมาแทน ในนาทีที่ 43 อีกด้วย ก่อนจะจบครึ่งแรกไปด้วยสกอร์ที่ยังเท่ากันอยู่ 0-0

ช่วงหลังกลายเป็นประเทศสเปนมาได้ประตูขึ้นนำ ในนาทีที่ 64 จากจังหวะที่ เซร์คิโอ บุสเก็ตส์ วางบอลยาวให้ มิเกล โอยาร์ซาบัล เบียดเอาชนะตัวเกาะติดอย่าง ดาโยต์ อูปาเมกาโน ก่อนจะยิงด้วยซ้ายยัดเข้าเสาไกลโดยเด็ดขาด ส่งให้ทัพกระทิงดุออกนำ 1-0

แต่ว่าถัดมาแค่เพียงนาทีที่ 66 ฝรั่งเศสก็มาตามตีเสมอได้แบบทันที จากจังหวะที่ คีลิจนถึง เอ็มบัปเป้ ไหลบอลให้ ติดอยู่ขอบ เบนเซมา ได้ปั่นโค้งด้วยขวาโค้งเสียบสามเหลี่ยมอย่างสวยงาม ทำให้สกอร์ขยับมาเสมอกันที่ 1-1

ช่วงท้ายเกมนาทีที่ 80 ฝรั่งเศสมาได้ประตูกลับขึ้นนำ จากจังหวะที่ เตโอ เครื่องปรับอากาศกน็องเดซ ส่งบอลไถลการพุ่งสกัดของ เอริค การ์เซีย เลยไปถึง คีลิจนถึง เอ็มบัปเป้ ได้หลุดยิงด้วยซ้ายตุงตาข่าย ซึ่งผู้ตัดสินเช็ค VAR แล้วเห็นว่าไม่เป็นการล้ำหน้าแต่อย่างใด ช่วยให้ทัพตราไก่แซงนำ 2-1
แล้วไม่มีประตูเกิดขึ้นเพิ่มเติม ทำให้ในที่สุดจบเกมเป็นฝรั่งเศสชนะไป 2-1 ผงาดคว้าชัยชนะยูฟ่า เนชั่นส์ ลีกได้เสร็จ

ufa2

รายนามนักเตะทั้งคู่ทีม

ประเทศสเปน (4-3-3) : อูไน ซิมอน; เซซาร์ อัซปิลิกวยต้า, เอริค การ์เซีย, อายเมอริค ลาปอร์กต์, มาร์กอส อลอนโซ; กาบี้ (โกเก้ น.75), เซร์คิโอ บุสเก็ตส์, โรดรี้ (ปาโบล ฟอร์ที่นาลส์ น.84); เฟร์ราน โคนร์เรส (มิเกล เมริโน น.84), ปาโบล ซาราเบีย (เยเรมี ปิโน น.61), มิเกล โอยาร์ซาบัล
สำรองไม่ได้ใช้ : ดาบิด เด เคอา, เปา โคนร์เรส, อินญิโก้เก๋ มาร์ตำหนิเนซ, ไบรอัน กิล, แซร์จี๋ โรกางร์โต้, โรเบิร์ต ซานเชซ, เซร์คิโอ เรกีลอน, เปโดร ปอร์โร
ใบเหลือง – อายเมอริค ลาปอร์กต์ น.86
ฝรั่งเศส (3-4-1-2) : อูโก้เก๋ โยริส; ฌูลส์ ระอุนเด้, ราฟาแอล วาราน (ดาโยต์ อูปาเมกาโน น.43), เปรสแนล คิมเปมเบ้; แบ็งฌาแม็ง ปาวาร์ (เลโอ มองบัวส์ น.80), ปอล ป็อกบา, อูเรแกงเลียง ยกอาเมนี, เตโอ เครื่องปรับอากาศกน็องเดซ; อองตวน กรีซมันน์ (ฌอร์ดาน แวร์ตูร์ น.90+2); ติดอยู่ขอบ เบนเซมา, คีลิจนถึง เอ็มบัปเป้
สำรองไม่ได้ใช้ : อ็องโตนี มาร์กซิยาล, มุสซา ดิยาบี้, มัตเตโอ เกนมองซี, เบอนัวต์ กอสติล, วิสซาม เบน เยดแดร์, ลูกัส เครื่องปรับอากาศกน็องเดซ, ไมค์ เมญอง
ใบเหลือง – ปอล ป็อกบา น.46, ฌูลส์ ระอุนเด้ น.55, คีลิจนถึง เอ็มบัปเป้ น.89

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *